ผมตั้งใจจะไปดูเหมือนกันนะครับ ติดที่ว่าบ้านน้าเลี้ยงตรุษจีน ดื่มเยอะไปหน่อย เมาพ้น ไม่พักไปแล เสียดายเหมือนกันแต่เห็นจากเจ้าของกระทู้โพสแล้ว ดูท่าทางจะสดใสกว่าเดิมนะครับ ไม่ทราบว่าขวัญใจผม เบอร์10 พี่จ้อย ยังอยู่กับทีมต่อไปนะครับ ปีนี้ต้องถ่ายรูปกับพี่จ้อยให้ได้ปีก่อนเดินสวนกัน ผมมัวแต่อึ้งอยู่ ไม่กล้าขอถ่ายรูป เซ็งเลย
ไปดูไม่โทรเรียกกันบ้างผู้กอง
-ขอบคุณครับพี่เอก ไม่เจอกันนานเลย
เรียนท่านสมาชิก ในกรณีของทีมอะคาเดมี่ของเราขอเรียนให้ทราบว่าเรามีเป้าหมายเพื่อสร้างนักเตะที่ดีขึ้นสู่ชุดใหญ่ในอนาคต ดังนั้นโปรแกรมฝึกของชุดอะคาเดมี่จึงเน้นโปรแกรมพัฒนาทักษะและสรีระ ไม่ได้เน้นเรื่องของพละกำลัง เพราะเราไม่ได้มีเป้าหมายไปแข่งกับใคร และไม่ได้มีโปรแกรมแข่งขันบ่อยๆเหมือนชุดใหญ่ เคยสังเกตมั๊ยคะว่าเมื่อก่อนบอลไทยชุดเด็กๆเวลาไปแข่งต่างประเทศสู้ต่างชาติสบาย เผลอๆอาจดีกว่าด้วยซ้ำ นั้นเพราะเมื่อก่อนเราเน้นเรื่องพละกำลัง เน้นเรื่องผลการแข่งขัน ผิดกับพวกยุโรปที่ชุดเด็กจะเน้นเบสิกเป็นหลัก พออายุถึงเริ่มเป็นวัยรุ่นเบสิกพร้อม เค้าก้เริ่มใส่เรื่องพละกำลังและระบบการเล่นเข้าไป ในขณะที่เด็กไทยแรงดีตอนเด็กแต่เบสิกไม่แน่น พอโตขึ้นแรงเท่ากันแต่เบสิกเราแย่กว่าเราจึงสู้เขาไม่ได้ตอนโต แนวทางของอะคาเดมี่เราเน้นโปรแกรมการฝึกแบบเน้นเบสิกเป็นหลักเหมือนทางยุโรป ส่วนเรื่องการแข่งขัน เป็นเรื่องของผลพลอยได้ที่เสริมให้น้องๆ แต่ไม่เน้นให้แข่งมากนักถ้ายังไม่ถึงเวลา (ซึ่งเรื่องนี้เราคล้ายกับอะคาเดมี่ของชลบุรี ซึ่งสามารถเสิร์ชชมคำสัมภาษณ์ของอ.วิทยา เลาหกุลได้) ส่วนชุดใหญ่เราเห็นเหมือนกับทางท่านสมาชิกแนะนำมาเช่นกันคะ ซึ่งเราก็ได้เริ่มปรับปรุงแก้ไขกันอยู่ ได้มีการนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ในการเตรียมทีมฤดุกาลนี้ แต่ยังอาจไม่เห็นผลมากเพราะเพิ่งเริ่มได้แค่สองเดือนเท่านั้น ขอบคุรสำหรับคำแนะนำดีดีนะคะ
อ้างจาก: ประชาสัมพันธ์หาดใหญ่เอฟซี ที่ 15:08 น. วันที่ 23 ม.ค.55เรียนท่านสมาชิก ในกรณีของทีมอะคาเดมี่ของเราขอเรียนให้ทราบว่าเรามีเป้าหมายเพื่อสร้างนักเตะที่ดีขึ้นสู่ชุดใหญ่ในอนาคต ดังนั้นโปรแกรมฝึกของชุดอะคาเดมี่จึงเน้นโปรแกรมพัฒนาทักษะและสรีระ ไม่ได้เน้นเรื่องของพละกำลัง เพราะเราไม่ได้มีเป้าหมายไปแข่งกับใคร และไม่ได้มีโปรแกรมแข่งขันบ่อยๆเหมือนชุดใหญ่ เคยสังเกตมั๊ยคะว่าเมื่อก่อนบอลไทยชุดเด็กๆเวลาไปแข่งต่างประเทศสู้ต่างชาติสบาย เผลอๆอาจดีกว่าด้วยซ้ำ นั้นเพราะเมื่อก่อนเราเน้นเรื่องพละกำลัง เน้นเรื่องผลการแข่งขัน ผิดกับพวกยุโรปที่ชุดเด็กจะเน้นเบสิกเป็นหลัก พออายุถึงเริ่มเป็นวัยรุ่นเบสิกพร้อม เค้าก้เริ่มใส่เรื่องพละกำลังและระบบการเล่นเข้าไป ในขณะที่เด็กไทยแรงดีตอนเด็กแต่เบสิกไม่แน่น พอโตขึ้นแรงเท่ากันแต่เบสิกเราแย่กว่าเราจึงสู้เขาไม่ได้ตอนโต แนวทางของอะคาเดมี่เราเน้นโปรแกรมการฝึกแบบเน้นเบสิกเป็นหลักเหมือนทางยุโรป ส่วนเรื่องการแข่งขัน เป็นเรื่องของผลพลอยได้ที่เสริมให้น้องๆ แต่ไม่เน้นให้แข่งมากนักถ้ายังไม่ถึงเวลา (ซึ่งเรื่องนี้เราคล้ายกับอะคาเดมี่ของชลบุรี ซึ่งสามารถเสิร์ชชมคำสัมภาษณ์ของอ.วิทยา เลาหกุลได้) ส่วนชุดใหญ่เราเห็นเหมือนกับทางท่านสมาชิกแนะนำมาเช่นกันคะ ซึ่งเราก็ได้เริ่มปรับปรุงแก้ไขกันอยู่ ได้มีการนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ในการเตรียมทีมฤดุกาลนี้ แต่ยังอาจไม่เห็นผลมากเพราะเพิ่งเริ่มได้แค่สองเดือนเท่านั้น ขอบคุรสำหรับคำแนะนำดีดีนะคะ ขอบคุณสำหรับการรับฟังความคิดเห็นเช่นกันครับ ปล.ที่บอลเด็กของไทย ชนะต่างชาตินั้นก็เพราะ พวกเราโกงอายุครับ ฮาาาาาาาาาาาาาาาา
อะไรก็ดีนะครับ เจ็บปวดตรงประตูหนีบนี่แหละครับ โอยยยยยยยยยยยยย
อ้างจาก: jukjikjoojee ที่ 10:54 น. วันที่ 25 ม.ค.55 อะไรก็ดีนะครับ เจ็บปวดตรงประตูหนีบนี่แหละครับ โอยยยยยยยยยยยยยได้สักครึ่งของเขาก็บุญแล้ว 555
อ้างจาก: บ่าวโน่@[หัวเกียง] ที่ 13:09 น. วันที่ 25 ม.ค.55อ้างจาก: jukjikjoojee ที่ 10:54 น. วันที่ 25 ม.ค.55 อะไรก็ดีนะครับ เจ็บปวดตรงประตูหนีบนี่แหละครับ โอยยยยยยยยยยยยยได้สักครึ่งของเขาก็บุญแล้ว 555เป็นบุญของพวกเราแหละโน่เอ้ยที่ได้มาเท่านี้ไม่งั้นมีหวัง!!!!!!!!
ด้วยฟังค์ชั่น ตอบด่วน คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า